2010 Fisker Karma & Karma S

2010-fisher-krama-5

Fisker Automotive แบรนด์รถยนต์อิสระที่นำทัพโดยเฮนริก ฟิสเคอร์ อดีตนักออกแบบชื่อดังของ Aston martin เขย่าตลาดครั้งใหม่ด้วย Karma, Karma S (Karma แปลว่า กรรม) ลงทำ ตลาด พร้อมความล้ำสมัยของระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด ปลั๊กอินที่สามารถเสียบปลั๊กเข้ากับไฟบ้านเพื่อชาร์จไฟได้
นี่เป็นผลผลิตรุ่นที่ 3 ของ Fisker Automotive หลังจากที่ในปี 2006 ส่งรถสปอร์ต 2 รุ่นออกมาขายในชื่อลาติโก ซีเอส และทรามอนโต้ ซึ่ง Karma ที่เปิดตัวต้นแบบในปี 2008 กลายเป็นประเด็นร้อนของแวดวงอุตสาหกรรมรถยนต์พลังสีเขียวพอสมควรเมื่อ ค่าย Telsa Motor จัดการยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2008 ว่า Fisker ขโมยไอเดียในการออกแบบรถยนต์ของ ตัวเองไป เพราะก่อนหน้านั้นทาง Telsa เคยว่าจ้าง Fisker Coachbuild บริษัทแม่ของ Fisker Automotive ในการออกแบบรถยนต์ซีดานในชื่อ Model S ขึ้นมา และบริษัทนี้ได้ขโมยไอเดียของตัวเองมาปรับปรุงและพัฒนามาเป็นรุ่น Karmaแต่สุดท้ายเมื่อวัน 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Fisker Automotive แถลงข่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดตกไป และทางบริษัทสามารถเดินหน้าพัฒนารถยนต์ซีดานไฮบริด ปลั๊กอินรุ่นนี้ได้แล้ว

Karma

มาดูที่ตัว Karma ที่เริ่มเปิดให้จองแล้วกันก่อนเลย Karma เป็นรถ 4 ประตูซีดานมาดสปอร์ต โดยการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Fisker Automotive กับ Quantum Technology มีความยาว 4.97ม. ติดตั้งขุมพลังไฮบริดแบบปลั๊กอินเอาไว้ โดยหน้าที่หลักในการทำงานเป็นเครื่อง ยนต์สันดาปภายในรหัส Ecotec ของค่ายจีเอ็ม ซึ่งเป็นแบบ 4 สูบ ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซี เทอร์โบ ที่มีกำลังสูงสุด 260 แรงม้า และมีมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวซึ่งมีกำลังรวมกัน 201 แรงม้าเข้ามามีส่วนช่วยในการขับเคลื่อน

นอกจากรูปโฉมที่ดูดีแตกต่างจากรถไฮบริดทั่วไปแล้ว จุดเด่นของรถยนต์รุ่นนี้คือ ระบบ Q-Drive ซึ่งสามารถขับเคลื่อนในรูปแบบไฟฟ้าด้วยโหมดที่เรียกว่า Stealth Mode ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวจะรับหน้าที่ขับเคลื่อนโดยอาศัยกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน ซึ่งสามารถเสียบปลั๊กกับไฟบ้านชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ทุกเวลาที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ โดย สามารถขับได้ระยะทาง 50 ไมล์ หรือ 80 กิโลเมตร เรียกว่าใครที่มีที่ทำงานอยู่ใกล้บ้าน ก็แทบจะไม่ต้องพึ่งเครื่องยนต์เลย แค่ใช้โหมดนี้ในการขับเคลื่อนก็พอแล้ว เมื่อถึงที่ทำงานหรือที่บ้านก็เสียบปลั๊กชาร์จไฟเพื่อชดเชยกระแสไฟฟ้าใน แบตเตอรี่ที่เสียไป ส่วนอีกโหมดเรียกว่า Sport Mode ซึ่งเป็นการทำงานอย่างเต็มรูปแบบร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน กับมอเตอร์ ไฟฟ้าในการรีดสมรรถนะขับเคลื่อน และทำให้ Karma มีความเร้าใจด้วยอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.7 วินาที และทำความเร็วปลายได้ 201 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในโหมดนี้สามารถแล่นทำระยะทางต่อการเติมน้ำมัน 1 ถังและการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้งด้วยระยะทาง 300 ไมล์ หรือ 482 กิโลเมตร

นอกจากนั้นทางบริษัทยังมีออพชั่นสุดพิเศษด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บน หลังคา เพื่อช่วยในการเก็บสะสมกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่เวลาที่แล่นในช่วงกลางวัน และยังช่วยในเรื่องของการส่งกระแสไฟฟ้าให้กับระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสาร อีกด้วย การผลิตของ Karma จะอยู่ที่โรงงานของ Valmet Automotive ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้รับหน้าที่ผลิตรถยนต์ของ Porsche ทั้งรุ่น Cayman และBoxster ราคาของ Karma จะอยู่ที่ประมาณ 85,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 2.9 ล้านบาท คาดว่าในช่วง 2 ปีนี้จนถึงปี 2010 จะมีการผลิตออกมา 15,000 คัน เพื่อขายทั้งในสหรัฐอเมริกา ที่มียอดจองแล้ว 1300 คัน และยุโรป โดยในยุโรปซึ่ง Fisker ยังไม่ได้วางขาย แต่มีการเปิดเผยว่าได้รับความสนใจเกินคาด เพราะมียอดจองเข้ามาแล้วถึง 800 คัน

Karma S Concept

ต่อกันที่ตัว Karma S Concept เปิดตัวครั้งแรกในงาน Detroit Autoshow 2009 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Karma S คือเวอร์ชั่น 2 ประตูเปิดประทุนหลังคาแข็ง ของตัว Karma ธรรมดา หลังคาเปิดประทุนถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน เก็บไว้ในห้องเก็บของตอนท้าย
ข้อแตกต่างหลักๆของ Karma และ Karma S ก็จะมี ประตู ที่เปลี่ยนจาก 4 เป็น 2 ประตู ล้ออัลลอยลายใหม่ ท่อไอเสียที่เปลี่ยนจากออกข้างหลังมาออกด้านข้างแทน (ช่องด้านท้ายเป็นช่องหลอก) ส่วนรายละเอียดอื่นๆก็ใช้ร่วมกับตัว 4 ประตู ทั้งโครงสร้างตัวถัง อลูมิเนียมสเปซเฟรม เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อน แต่อาจไม่มีหลังคาโซลาร์เซลล์ เพราะถ้าเปิดประทุนอยู่ก็ไม่มีประโยชน์ ยังไม่มีราคาและกำหนดการวางจำหน่าย ถ้าตัว 4 ประตูขายได้ดีก็อาจมีสิทธิ์ทำให้ Fisker รีบเข็นตัว Karma S ออกมาจำหน่ายเร็วขึ้น

ไม่รู้ว่าบ้านเราจะมีสิทธิ์เห็นตัวเป็นๆกันบ้างหรือเปล่า รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมน่าจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างจากรถธรรมดาบ้าง เพื่อจูงใจให้คนอยากใช้มากกว่ารถธรรมดาๆที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเท่า

ที่มา www.leftlanenews.com , www.conceptcarz.com


About the Author

oHg

สถาปนิกหนุ่มผู้ซึ้งคลั่งไคล้ในเครื่องยนต์และเทคโนโลยี จะมานำเสนอเรื่องราวของเครื่องยนต์กลไก ต่างๆ สำหรับคนรักรถและทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์... email: ohg@vclub7.com

เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น

1. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย กล่าวพาดพิง
2. ทุกคนมีสิทธิ์ แสดงความคิดเห็นได้โดยความยาวไม่เกิน 500 ตัวอักษร ต่อ ความคิดเห็น
3. การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
4. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

Leave a Reply

You can use these XHTML tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <blockquote cite=""> <code> <em> <strong>